สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลุ้น เศรษฐกิจฟื้นหนุนมูลค่าเพิ่ม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD ทั้งระบบสิ้นปี 65 ขยับขึ้นเล็กน้อย แม้ยอมสมาชิกลดลง ชี้ให้เห็นมูลค่า หรือ NAV เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
กองทุนสำรองเลี่ยงชีพไทย รายงานว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิและจำนวนกองทุน ณ 31 ธันวาคม 2565 ภาพรวมธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเติบโตขึ้นทั้งด้าน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (“NAV”) จำนวนนายจ้าง และจำนวนกองทุน โดยมีจำนวนนายจ้าง 21,898 ราย และมีจำนวนสมาชิก 2.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 และร้อยละ 1.2 จากเดือนมิถุนายน 2565 ตามลำดับ เนื่องจากจำนวนลูกจ้างที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่นั้นมีมากกว่าจำนวนสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ
แม้ว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะมีจำนวนกองทุนลดลง แต่ NAV กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,382,904 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากเดือนมิถุนายน 2565 สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนหลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 มาเป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้ จำนวนกองทุนมีทั้งหมด 363 กองทุน ลดลง 4 กองทุนจากเดือนมิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดตั้งใหม่ 1 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนร่วมหลายนโยบาย (master pooled fund) และยกเลิก 5 กองทุน โดยเป็นการจดทะเบียนเลิกกองทุนนายจ้างรายเดียว 3 กองทุน กองทุนกลุ่มบริษัท 1 กองทุน และกองทุนหลายนายจ้างที่มีนโยบายเดียว (pooled fund) 1 กองทุน เพื่อเข้าร่วมในกองทุนหลายนายจ้าง (master pooled fund) แทน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่สมาชิก
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจนโดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวซึ่งส่งผลให้ภาคบริการและการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่แรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานผ่อนคลายลง และตลาดแรงงานฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อภาวะตลาด ทำให้ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีทิศทางที่ดีขึ้นแทบทุกด้าน ซึ่งรวมถึงมูลค่าเงินกองทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลับมาเพิ่มขึ้นจาก 1,331,147 ล้านบาท ณ เดือนมิถุนายน 2565 เป็น 1,382,904 ล้านบาท ณ เดือนธันวาคม 2565
นอกจากนี้ จำนวนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าและเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าโดย ณ เดือนธันวาคม 2565 มีจำนวนสมาชิก 2,877,301 คน
แม้ว่าจำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับแรงงานภาคเอกชนในระบบแล้ว พบว่าความครอบคลุมของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(coverage) มีสัดส่วนเหลือเพียงร้อยละ 16.3 เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 17.8 เมื่อเดือนธันวาคม 2564
ขณะที่จำนวนนายจ้างที่จัดให้มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เดือนธันวาคม 2565 มีจำนวนนายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งสิ้น 21,898 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 จากเดือนมิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 (ร้อยละ 1.1) แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (ร้อยละ 4.1) ทั้งนี้ แม้จำนวนกองทุนโดยรวมจะลดลง แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนประเภทกองทุนจากกองทุนนายจ้างรายเดียวและกองทุนนายจ้างบริษัทในเครือ
ที่มีนโยบายการลงทุนเดียว (single fund) และหลายนโยบายการลงทุน (master single fund) เป็นกองทุนหลายนายจ้างที่มีหลายนโยบายการลงทุน (master pooled fund)
ลงทุนอะไรกัน
หากแยกตามประเภทสินทรัพย์การลงทุนในสินทรัพย์สำคัญมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
(1) การลงทุนในตราสารหนี้ ณ 31 ธันวาคม 2565 มูลค่าการลงทุนในตราสารหนี้คิดเป็นร้อยละ 62.8 ของ NAV โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ กล่าวคือ เป็นการลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง และตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ร้อยละ 25.7 ของ NAV
แม้มีการลงทุนในหุ้นกู้เอกชนและพันธบัตรที่กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกัน ร้อยละ 26.6 ของ NAV แต่เกือบทั้งหมดเป็นหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้ (investment grade)
สำหรับการลงทุนในตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน (“P/N”) ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 จากเดือนมิถุนายน 2565 แต่มีสัดส่วนเทียบกับมูลค่าการลงทุนรวมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ร้อยละ 0.4 ของ NAV ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตั๋วที่ออกในประเทศ และทั้งหมดเป็นตั๋วที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้ (investment grade)
(2) การลงทุนในตราสารทุน มูลค่าการลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 จากเดือนมิถุนายน 2565 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนเทียบกับมูลค่าการลงทุนรวมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.7 เป็นร้อยละ 24.3 ของ NAV
ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนตรงที่สัดส่วนร้อยละ 18.3 ของ NAV โดยลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET 50 เป็นหลัก ส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนตราสารทุนมีสัดส่วนร้อยละ 6.0 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยลงทุนตราสารทุนในประเทศ
(3) การฝากเงิน ณ เดือนธันวาคม 2565 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมียอดเงินฝากธนาคารและบัตรเงินฝากเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 จากเดือนมิถุนายน 2565 ส่งผลให้มีสัดส่วนเทียบกับมูลค่าการลงทุนรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.2 เป็นร้อยละ 11.0 ของ NAV โดยการฝากเงินเกือบทั้งหมดเป็นเงินฝากในประเทศ อย่างไรก็ดี เงินฝากต่างประเทศปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยส่วนใหญ่เป็นการฝากเงินในสถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB